วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ก่อนซื้อขายแมว ควรระวังอะไร? ไม่ให้ตัดสินใจพลาด!



ก่อนซื้อขายแมว ควรระวังอะไร? ไม่ให้ตัดสินใจพลาด!

            สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างน้องแมวน่ารักๆ ถือว่าเป็นเพื่อนซี้ตัวโปรดของใครหลายคนเลยจริงไหมคะ? แต่ก่อนจะจ่ายแพงซื้อเขามาเลี้ยง จะดูแค่ความน่ารักของน้องอย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องเลยค่ะ ที่เราควรเช็คก่อนการซื้อขายแมวทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจจริงๆ ว่าได้น้องแมวอย่างที่ต้องการ และแฮปปี้ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ควรระวังและควรเช็คก่อนซื้อขายแมวทุกครั้ง มาฝากกันค่ะ

   1.ควรเช็คฟาร์มหรือคนที่เราติดต่อซื้อขายแมวทุกครั้ง ว่าไว้ใจได้ไหม? ได้มาตรฐานหรือเปล่า
เช่น อาจจะเช็คว่ามีใบเพ็ด ใบวัคซีนตามที่เราต้องการครบไหม โดยเฉพาะถ้าตัวเราไม่ได้มีความรู้ในเรื่องของน้องแมวหรือการเลี้ยงแมวมากนัก ควรจะศึกษาก่อนซื้อเพิ่มเติมด้วยนะคะ เช่น ลักษณะของแมวที่ดีจริงๆ ตามสายพันธ์ที่อยากเลี้ยงเป็นยังไง อาจจะพอรู้คร่าวๆ ว่าควรดูยังไงก็ได้ค่ะ จะได้ระวังไม่ถูกหลอกขายเอาได้ง่ายๆ

   2.เช็คสุขภาพของแมวด้วยตัวเอง
เช่น การสังเกตจากภายนอกอย่างเรื่องของตา ไม่ควรตาแดง หูกับก้น ก็ควรจะสะอาดไม่ใช่เต็มไปด้วยคราบของเสียสะสมไว้ น้ำหนักของน้องก็ไม่ควรเบาเกินไป ลองเช็คโดยการอุ้มดูก็ได้ค่ะ เพราะบางทีน้องๆ ที่ขนฟูๆ พออุ้มจริงอาจจะเบากว่าที่คิด แปลว่าน้องอาจหนักไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ อาจเช็คเพิ่มเติมตามผิวหนัง ว่ามีแผลอักเสบตรงจุดไหมไหม ความยืดหยุ่นของผิวเป็นปกติหรือเปล่า รวมถึงเช็คเรื่องการได้ยินของน้องแบบง่ายๆ ได้นะคะ ด้วยการดีดนิ้ว และเช็คเรื่องการโฟกัสสายตา ด้วยของเล่นล่อ แค่นี้ก็พอรู้คร่าวๆ ก่อนการซื้อขายแมวได้แล้ว ว่าสุขภาพของน้องๆ โอเคจริงไหม?

   3.เช็คโรคที่อาจติดตัวน้องมาด้วย
เพื่อป้องกันในกรณีที่บางบ้านอาจจะมีน้องแมวอยู่แล้ว ถ้ารับตัวใหม่มาแบบมีโรคแต่เราไม่รู้ ก็อาจพามาติดตัวที่อยู่ในบ้านได้ ถ้ายังไม่แน่ใจลองแยกน้องแมวตัวใหม่ซัก 7 วันเพื่อดูอาการก่อนก็นะคะ เพื่อความชัว นอกจากนี้ เราเสียเงินซื้อขายแมวกันทั้งที ก็อยากได้ตัวที่มีสุขภาพดี แข็งแรง จริงไหมคะ? ดังนั้นแนะนำให้พาน้องไปตรวจสุขภาพถ้าทำได้ หรือถามข้อมูลจากผู้ขายให้แน่ใจเลยก็ได้ค่ะ ว่าน้องได้รับวัคซีนอะไรมาแล้วบ้าง เช่น ไข้หัดหวัดแมว ที่ปกติต้องมีการฉีดกันทุกปี รวมถึงโรคฮิตๆ อย่างลูคีเมียหรือเอดส์แมวด้วย ซึ่ง 2 โรคนี้เราลองเช็คเองจากชุดตรวจได้เลยนะคะ ว่าน้องกำลังป่วยอยู่ไหม

เพราะในปัจจุบันนี้ มีฟาร์มหรือผู้ขายที่ไม่ได้มาตรฐานมากมาย เข้ามาใช้ประโยชน์จากการซื้อขายแมว และเอาความรักแมวของผู้ซื้อมาทำกำไร ทำให้หลายๆ ท่านอาจถูกหลอกขาย หรือถูกโกงเอาได้ง่ายๆ  โดยเฉพาะแมวสายพันธุ์ราคาสูงหลักหมื่นขึ้นไป อย่างเปอร์เซีย หรือสก็อตติสโฟลด์ ดังนั้น ตัวเราเองก็ควรหาความรู้ก่อนซื้อขายแมวให้พร้อมด้วยนะคะ จะได้มั่นใจมากขึ้น ว่าได้น้องแนวตรงตามที่ตั้งใจไว้ และไม่ต้องห่วงว่าจะถูกหลอกให้เจ็บใจกันอีกต่อไป

ที่มา : http://www.catdeva.com
FB : http://www.facebook.com/catdevathai/

วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561

10 เคล็ดไม่ลับก่อนรับเลี้ยงแมวจรที่ทาสแมวควรทราบ

10 เคล็ดไม่ลับก่อนรับเลี้ยงแมวจรที่ทาสแมวควรทราบ



     กลับมาแล้วกับ Catdeva.com ที่มาพร้อมเกร็ดน่ารู้เคล็ดไม่ลับสำหรับทาสแมวใจบุญ...
     แอดมินกลับมาแล้วค่ะกลับมาพร้อมความคิดที่่ว่ามีแมวจรเยอะเหมือนกันนะดังที่หลายๆท่านเห็นกันในเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียล ซึ่งมีการโพสต์ประกาศหาบ้านให้แมวจรทั้งลูกแมวและแมวโตเต็มวัย มีหลายท่านรับแมวจรเหล่านี้ไปเลี้ยงบ้างก็ช่วยกันแชร์ประกาศหาบ้านออกไปเพื่อจะมีใครสักคนได้เห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าแมวจรตัวน้อยให้มากขึ้น
     การรับเลี้ยงแมวจรทำให้รอยยิ้มของทาสแมวเปล่งประกายแต่ก็มีหลายครั้งที่เจ้าของคนใหม่ยังไม่เตรียมพร้อมในการเลี้ยงต่างๆทำให้เป็นเหตุจนเจ้านายตัวน้อยถูกส่งตัวกลับคืนอย่างที่มีให้เห็นกันอยู่หลายเคส Catdeva.com จึงขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยทำให้แมวจรได้บ้านใหม่กันอย่างยั่งยืน ใน... 10 เคล็ดไม่ลับก่อนรับเลี้ยงแมวจรที่ทาสแมวควรทราบ
1.พื้นที่
     ว่าด้วยเรื่องพื้นที่แม้จะไม่มีกฎตายตัวเรื่องพื้นที่ในการเลี้ยงแมวที่แน่ชัดนัก จริงอยู่ที่การเลี้ยงแมวไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะแต่การเลี้ยงในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆก็อาจสร้างภาระให้กับแมวของเราได้เหมือนกันค่ะดังนั้นทาสแมวที่ต้องการเลี้ยงเจ้านายให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรเลี้ยงในบ้านที่มีพื้นที่ให้เจ้านายได้เดินเล่นวิ่งเล่นมากกว่าการเลี้ยงภายในหอพัก หรือในคอนโดมิเนียมเนื่องจากการเลี้ยงในห้องพักแคบๆ จะทำให้เจ้านายเกิดความเครียดสะสมจนล้มป่วยได้ง่ายมากกว่าแมวที่เลี้ยงในบ้านนอกจากนี้คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์การแอบเลี้ยงก็ทำให้ผิดกฎระเบียบเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากที่พักได้ด้วยค่ะใครพักคอนโดเป็นไปได้ก็ควรตัดใจเรื่องเลี้ยงแมวไปก่อนเพื่อรอยยิ้มของทาสแมวและของเจ้านายอย่างยั่งยืนค่ะ
2.ค่าใช้จ่าย
     การเลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องใช้เงินพอสมควรเลยค่ะเมื่อแรกเลี้ยงเราก็ต้องพาไปตรวจสุขภาพฉีดวัคซีนตามกำหนด ไหนจะมีค่าอาหารค่าทรายแมวค่าของเล่นแมวต่างๆที่ทาสแมวชอบซื้อ หากแมวป่วยจนต้องหาหมอก็จะมีค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยสำหรับน้องๆนักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง หากต้องเลี้ยงแมวแต่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้คนเดียวพี่ Catdeva.com แนะนำว่าพักโครงการไว้ก่อน ระหว่างนี้ก็หารายได้พิเศษเก็บออมไว้เป็นค่าใช้จ่ายของการเลี้ยงแมวในอนาคตค่ะ
3.เวลา
     แม้แมวจะเป็นสัตว์ที่มีโลกส่วนตัวสูงแต่อย่างไรก็ตามทาสแมวควรมีเวลาให้กับเจ้านายอย่างเต็มที่ด้วยค่ะบ่อยครั้งที่เลี้ยงแมวในพื้นที่ปิดเมื่อเจ้าของไม่อยู่แมวจะเกิดอาการเครียดจนนำไปสู่การป่วยด้วยโรคต่างๆตามมาสำหรับทาสแมวที่อยู่กัน 1 คนกับแมว 1 ตัว หากต้องเดินทางไปไหนเป็นเวลานาน ควรนำเจ้านายไปฝากญาติ หรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ หรือฝากโรงแรมแมวก็ได้ค่ะ ซึ่งโรงแรมแมวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบริการสำหรับทาสแมวนักเดินทางเชียวนะ
4.อายุขัย
     โดยพื้นฐานเฉลี่ย แมวจะมีอายุขัยอยู่ที่ประมาณ 10 ปี สำหรับทาสแมวบ้านไหนเลี้ยงและดูแลเจ้านายเป็นอย่างดี ก็อาจมีอายุยืนมากถึง 20 ปีเลยค่ะ การเลี้ยงดูแมวในช่วงอายุต่าง ๆ จะมีความแตกต่างกันออกไป แบ่งเป็นช่วงวัยใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ค่ะ
     - แมวเด็ก ลูกแมวจะมีความซน และอยากรู้อยากเห็นหนักมาก งานหลักของเจ้านายในวัยนี้ มีแค่ กิน เล่น ขับถ่าย นอน ช่วงนี้ทาสแมวอย่างเราก็ต้องอดทนกันก่อนนะคะ ข้าวของอะไรที่แตกหักง่ายเก็บเข้าที่เข้าทางไว้ก่อน
     -
แมววัยรุ่น จากความซน เป็นคึกคักพร้อมออกล่าอาณาเขต และผสมพันธุ์ สำหรับแมวตัวผู้หากเลี้ยงแบบเปิด แมวมีอิสระในการเดินเที่ยว ทั้งออกไปตระเวนสร้างเขตอาณานิคม ยิ่งเป็นช่วงติดสัดก็ให้เหล่าทาสแมวเผื่อใจไว้เจ็บได้เลยค่ะ ว่าเจ้านายจะหายจากบ้านไปหลายวันหน่อย
     - แมวชรา แมวที่อายุ 10 ปีขึ้นไป สภาพร่างกายของเขาเทียบเท่าคนในวัย 60 ปีเพราะฉะนั้นความปราดเปรียวต่าง ๆ ก็ลดน้อยถอยลง จากที่ออกไปวิ่งเล่น เจ้านายก็จะนอนติดบ้านมากขึ้น โรคภัยเริ่มรุมเร้าบ่อยขึ้น ช่วงวัยนี้ทาสแมวต้องเอาใจใส่เป็นอย่างดีค่ะ
5.อาหาร
     การเลือกอาหารจะสอดคล้องกับช่วงวัยของเจ้านายแมวของเราค่ะ
     - แมววัยเด็ก แรกเกิดมาดูดนมแม่ดีที่สุด หากแม่แมวมีนมไม่เพียงพอ ผู้เลี้ยงสามารถให้นมแพะ หรืออาหารแทนนมสำหรับลูกแมวได้ค่ะ แต่!!! ห้ามให้ลูกแมวกินนมวัวเด็ดขาด เพราะลูกแมวไม่สามารถย่อยเลคโตสในนมวัวที่มีปริมาณมากได้ หากเผลอให้เจ้านายกินเข้าไป ก็จะมีอาการปวดท้อง หรือท้องเสียได้ อันตรายสุด ๆ เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย สามารถให้อาหารเปียกสำหรับลูกแมวได้ค่ะ
     -
แมววัยรุ่น แมวในวัยนี้ให้ได้ทั้งอาหารเปียก และอาหารเม็ดซึ่งอาหารแต่ละแบบ ก็จะมีรสชาติให้เลือกหลากหลาย เช่น รสปลาทู รสปลาทูน่า รสทะเล เป็นต้น ทาสแมวอย่างเราสายเปย์อยู่แล้ว สับเปลี่ยนรสชาติให้เจ้านายชิมได้เลยค่ะ
     -
แมวชรา ควรให้อาหารรสชาติไม่เค็มจนเกินไป และหมั่นสังเกตพฤติกรรมการกินของเจ้านาย ปรับให้เหมาะสมค่ะ

อาหารแมว600x400

6.ลักษณะนิสัย
     แมวก็เหมือนกับมนุษย์ ที่แต่ละตัว ก็มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เมื่อรับแมวมาเลี้ยงใหม่ เหล่าทาสแมวควรหมั่นสังเกตว่าเจ้านายแต่ละตัวมีอุปนิสัยอย่างไร บางตัวอาจจะอยากรู้อยากเห็น บางตัวนิ่ง ๆ บางตัวเป็นผู้เสียสละ เมื่อสังเกตแล้วพบว่าตัวใดตัวหนึ่งมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป ควรพาไปพบแพทย์เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการป่วยค่ะ
7.สุขภาพ
     สุขภาพของแมวที่ดี เกิดได้ด้วยปัจจัยหลายอย่างค่ะ เช่น
- การดูแลเอาใจใส่ ทาสแมวต้องแสดงความรักแก่เจ้านายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เจ้านายมีสุขภาพจิตดี แจ่มใส
-
ร่างกายแข็งแรง ทาสแมวต้องพาเจ้านายไปตรวจสุขภาพเป็นประจำตามแพทย์สั่ง และฉีดวัคซีนให้ครบตามจำนวนด้วยนะคะ ซึ่งวัคซีนสำคัญ ๆ และอายุที่ควรนำไปฉีด ได้แก่
วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หวัดแมว (เพิ่ม โรคติดเชื้อคลามัยเดีย) อายุ 8 สัปดาห์
วัคซีนป้องกันโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว อายุ 10 สัปดาห์
วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หวัดแมว โรคลิวคีเมีย และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า อายุ 12 สัปดาห์
วัคซีนป้องกันโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว อายุ 14 สัปดาห์
วัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย และวัคซีนป้องกันโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อ อายุ 16 สัปดาห์
วัคซีนป้องกันโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว อายุ 18สัปดาห์
วัคซีนป้องกันโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อ อายุ 20สัปดาห์
- อาหารการกิน ควรให้เจ้านายอย่างถูกประเภท ไม่ควรให้อาหารของคนเพราะเมื่อสะสมในร่างกายจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ง่าย
-
การขับถ่าย เรื่องการขับถ่ายก็สำคัญ บ้านไหนที่เลี้ยงแบบปิด ควรมีกะบะทรายแมวให้เพียงพอต่อการใช้งานของเหล่าเจ้านาย เพราะหากกะบะทรายไม่พอ จะทำให้เจ้านายเครียดได้ค่ะ เปลี่ยนและถ่ายเททรายแมวอย่างสม่ำเสมอไม่หมักหนม

กระบะทรายแมว600x400

8.เพศ
     ส่วนใหญ่ทาสแมว มักชอบเลี้ยงแมวเพศผู้ เพราะแมวจะไม่ท้อง!! แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าจะแมวเพศใด ก็น่ารักทั้งหมดเลยค่ะ หากเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลี้ยงแมวเพศเมีย แนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดลูกแมวตัวจิ๋ว คือการจับแมวทำหมันค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องบาปกรรม เพราะการทำหมันเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันทั้งโรคภัย ทั้งปัญหาสังคมลูกแมวถูกทิ้งต่าง ๆ ส่วนแมวเพศผู้ หากไม่อยากให้คึกคะนองวิ่งหายออกไปติดสัดนอกบ้าน การทำหมันจะช่วยให้เขาอยู่ติดบ้าน และลดอารมณ์เกรี้ยวกราดอยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านได้อย่างมีความสุขค่ะ
9.อายุ
     ทาสแมวส่วนใหญ่ มักรับแมวจรมาเลี้ยงทำให้ไม่ทราบแน่ชัดว่า แมวที่รับมานั้นมีอายุมากน้อยเท่าไหร่ และมักไม่ค่อยอยากรับเลี้ยงแมววัยรุ่น หรือแมวชราเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเข้ากับแมว หรือหมาที่เลี้ยงไว้อยู่ก่อนแล้วไม่ได้ ทาสแมวที่ต้องการรับเลี้ยงแมวจร จึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน ว่าบ้านของเรานั้นพร้อมหรือไม่ ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว พฤติกรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร มีแนวโน้มไม่ต้อนรับสมาชิกใหม่ใช่หรือไม่ จากนั้นมาดูที่ช่วงอายุของแมวจรที่ต้องการรับเลี้ยงประกอบการตัดสินใจด้วยค่ะ โดยซักถามจากหน่วยงานที่ช่วยเหลือแมวจรให้ละเอียดถี่ถ้วน เมื่อองค์ประกอบผ่านทุกข้อ ก็รับแมวจรมาเป็นสมาชิกใหม่ได้เลยค่ะ
10.รับเลี้ยงแมวจรจัด
     ในยุคที่สื่อโซเชี่ยลเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย เป็นอีกช่องทางที่องค์กรช่วยเหลือสัตว์จรจัดจะอวดโฉมน้องแมวตาดำๆ ไร้บ้าน เพื่อให้เหล่าทาสผู้ใจบุญรับไปดูแลต่อ เหล่าทาสแมวลองเช็คลิสต์ความพร้อมทั้งหมดนี้ และเลือกองค์กรช่วยเหลือแมวจรที่น่าเชื่อถือไว้ใจได้ หากมีความพร้อมในการรับเลี้ยงแน่นอน ก็ต้อนรับสมาชิกใหม่กันได้เลยค่า 

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีดูแลแมวเปอร์เซีย


แอดมินรักแมวมากค่ะ แต่ทั้งชีวิตก็เคยเลี้ยงแต่แมวไทยบ้านขนสั้น ๆ มาตลอด แมวพันธุ์ขนยาวอย่าง แมวเปอร์เซีย นี่ห่างไกลการได้เลี้ยงมาก ๆ เลยค่ะ เห็นเพื่อนหลายคนเลี้ยงกันก็เห็นเจ้านายแมวเปอร์เซียของเพื่อนขนสวยเป็นเงางาม ไม่พันกันให้ยุ่งวุ่นวาย มันต้องมีเคล็ดลับอะไรสักอย่างสิน่า...
วันนี้ Catdeva.com จะนำเกร็ดน่ารู้ เคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการดูแลแมวเปอร์เซียมาฝากกันค่ะ
วิธีดูแลแมวเปอร์เซีย          
แมวเปอร์เซียแม้จะมีอุปนิสัยเงียบ ๆ  แต่ก็เป็นแมวที่ปราดเปรียว และเป็นมิตรทั้งกับเด็ก และสัตว์ชนิดอื่น แมวเปอร์เซียเป็นแมวพันธุ์ขนยาว ที่รักสะอาด เขาจะทำความสะอาดตัวเองอย่างดีอยู่แล้วค่ะ แต่ทั้งนี้พวกเราทาสแมวผู้ซื่อสัตย์ สามารถช่วยเจ้านายของเราได้ด้วยการแปรงขนให้เป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องขนพันเป็นก้อน และความสกปรกต่าง ๆ ที่อาจทำให้เจ้านายแมวเปอร์เซียของเราเจ็บป่วยได้
การดูแลขน หรือเรียกแบบฝรั่งว่า กรูมมิ่ง เหล่าทาสก็สามารถทำได้เองที่บ้านนะคะ
อย่างแรกที่ต้องทำเมื่อทาสแมวต้องการกรูมมิ่งเจ้านายคือทำให้เจ้านายไม่เกร็งต้องรู้สึกผ่อนคลายเพราะหากเจ้านายแมวเปอร์เซียรู้สึกว่าคุณกังวลแล้วละก็พวกเขาก็จะกังวลตามเราไปด้วยค่ะ
นอกจากนี้การเตรียมอุปกรณ์ จัดวางไว้ให้สามารถหยิบใช้ได้สะดวกจะทำให้การกรูมมิ่งเจ้านายราบรื่นรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะในการกรูมมิ่งครั้งแรก หากคุณหลงลืมและลุกไปหยิบอุปกรณ์ จนต้องปล่อยให้เจ้านายรอ พวกเขาจะจำค่ะและมักจะส่งผลให้การกรูมมิ่งในครั้งต่อๆ ไปเป็นเรื่องที่ยากเย็นมากยิ่งขึ้น
แมวเปอร์เซียจะเริ่มทำการกรูมมิ่ง อาบน้ำเสริมสวยได้ตั้งแต่อายุประมาณ 8 – 10 สัปดาห์ โดยในครั้งแรกต้องกรูมมิ่งด้วยเวลาที่สั้นที่สุดค่ะ และเพิ่มเวลา เพิ่มขั้นตอนไปเรื่อยๆ ตามอายุของเจ้านายเปอร์เซีย
ขั้นตอนการกรูมมิ่ง จัดวางเจ้านายให้ส่วนท้องอยู่บนโต๊ะให้มั่นเหมาะ จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินบนขนของเจ้านาย โดยเช็ดให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ จากนั้นใช้แปรงขนให้ทั่วทั้งตัว ซึ่งการหมั่นแปรงขนให้เจ้านายเปอร์เซียทุกวันนั้น จะช่วยไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค เห็บ หรือหมัดได้นั่นเองค่ะ
บริเวณใบหน้า รอบดวงตา แนวจมูก ร่องน้ำตาของแมวเปอร์เซีย ควรใส่ใจทำความสะอาดอย่างดีค่ะ ใช้แปรงขนาดเล็กให้เหมาะกับใบหน้าแปรงขนส่วนเกิน ใช้สบู่ขจัดคราบมันทำความสะอาดแนวจมูกด้วยนิ้วมือหรือCotton budsค่ะ
แปรงสำหรับแปรงขนแมวเปอร์เซีย หรือแมวพันธุ์ขนยาวโดยทั่วไป ที่เหล่าทาสต้องมีติดบ้าน จะเป็น 2 ชนิดนี้ค่ะ เรียกว่า Greyhound Combและ Slicker Brushซึ่งมีหลายขนาด และแต่ละขนาดใช้กับบริเวณส่วนใดของแมวบ้าง เหล่าทาสสามารถปรึกษากับร้านขายอุปกรณ์กรูมมิ่งที่เชื่อถือได้เลยค่ะ
showtech-anti-static-comb_ir2b-qf
[CR:http://s3-ap-southeast-2.amazonaws.com/shopfrontpro/254/images/detailed/0/showtech-anti-static-comb_ir2b-qf.jpg] = Greyhound Comb
groomaxSlickerBrush
[CR:http://www.net-thrift.com/images/groomaxSlickerBrush.jpg] = Slicker Brush
การอาบน้ำให้แมวเปอร์เซีย ควรอาบน้ำให้อย่างน้อยเดือนละครั้งและต้องรีบทำให้ขนแห้งสนิท เพื่อป้องกันความชื้นสะสมที่ขนก่อให้เกิดโรคผิวหนัง โรคเชื้อรา หรืออาจก่อให้เป็นโรคปอดบวม ทั้งนี้การอาบน้ำจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน กลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ที่สำคัญยังทำให้เจ้านายแมวเปอร์เซียของเราผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ
นอกจากนี้การเรื่องการขับขับถ่ายของเจ้านายแมวเปอร์เซียก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะเจ้านายของเราเป็นพันธุ์ขนยาว หากไม่ดูแลกระบะทรายให้สะอาดอยู่เสมอ ก็จะทำให้เจ้านายสกปรก ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้
การเลือกทรายแมวให้เจ้านายที่เหมาะสมก็มีส่วนช่วยเรื่องความสะอาดได้ค่ะเพราะทรายแมวมีผลิตออกมาหลายประเภททั้งประเภทที่ไม่จับเป็นก้อนเวลาโดนปฏิกูลของเจ้านาย ต้องตักทิ้งอยู่บ่อย ๆ หากปล่อยให้สิ่งขับถ่ายของเจ้านายเต็มกระบะจะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนจนเจ้านายไม่ยอมมาใช้งานแน่นอนค่ะ ประเภทที่จับตัวเป็นก้อนเวลาตักทิ้งทำความสะอาดจะสะดวกแก่เหล่าทาสแต่ห้ามทิ้งทรายลงในชักโครกเด็ดขาดเพราะจะอุดตันได้ ประเภทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทรายแมวชนิดนี้จะทำจากวัสดุที่ย่อยสลายในธรรมชาติได้เช่นขี้เลื่อยเศษไม้สนเป็นต้น
เหล่าทาสเลือกใช้ทรายแมวกันได้ตามงบประมาณและหมั่นตรวจเช็คกระบะทรายให้สะอาดอยู่เสมอๆแค่นี้เจ้านายแมวเปอร์เซียของเราก็มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ
หากทาสแมวมีกำลังทรัพย์ สามารถทำห้องปรับอากาศให้เจ้านายเปอร์เซียของเราได้เลยค่ะ เพราะหากเจ้านายอยู่ในที่อากาศร้อนจัดจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการหอบได้ ที่สำคัญอีกทั้งยังต้องระวังไข้หวัดแมวในหน้าฝนอีกด้วยนะคะ
อาหารการกินของแมวเปอร์เซีย 
แมวเปอร์เซียก็เหมือนแมวทั่วไปสามารถกินอาหารสำเร็จรูปได้ค่ะ เพียงแต่เหล่าทาสต้องพิถีพิถันในการเลือกอาหารสำหรับเจ้านายแมวเปอร์เซีย ด้วยเจ้านายที่อาจได้รับการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมติดตัวมานั่นเอง อาหารแมวที่ควรเลือก ควรมีโปรไบโอติคที่ช่วยให้เจ้านายมีภูมิคุ้มกันการย่อยอาหาร, ช่วยเรื่องการเผาผลาญอาหารและสุขภาพโดยรวมควรให้อาหารเสริมไลซีนเพื่อเสริมสุขภาพเนื้อเยื่อของทางเดินหายใจและตา
วิธีสังเกตอาหารที่จะช่วยเสริมสิ่งที่แอดมินบอกไปข้างต้นได้แก่อาหารที่มีส่วนผสมของฟักทอง, น้ำมันปลาแซลมอนหรือน้ำมันปลาอื่นๆ, วิตามินโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินE , B12ตลอดจนมีส่วนผสมของสารEchinacea สกัดจากConeflower ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นความแข็งแรงภายในร่างกายทุกส่วนนั่นเองค่ะ
สำหรับแมวเปอร์เซียหลังคลอดควรเสริมด้วยเนื้อไก่ต้ม นมแพะ เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับแม่แมว นอกจากนี้ทาสแมวต้องหมั่นสังเกตลูกแมวเปอร์เซียที่เพิ่งคลอด หากมีตัวไหนไม่ได้รับน้ำนมเพียงพอต้องป้อนนมแพะ เพื่อให้เขาได้เจริญเติบโตแข็งแรงทันกันกับสมาชิกในครอกเดียวกันค่ะ
อายุขัยและสุขภาพของแมวเปอร์เซีย
โดยปกติแล้ว แมวเปอร์เซียจะมีอายุขัยเฉลี่ยที่14 - 15 ปี ทั้งนี้หากต้องการให้เขามีอายุยืนยาวเท่าอายุเฉลี่ย ทาสต้องดูแลสุขภาพของเจ้านายบ่อย ๆ ค่ะ เพราะแมวเปอร์เซียไม่ว่าจะสายพันธุ์ประเภทใด มักจะมีโรคประจำตัวที่ตกทอดกันมาทางพันธุกรรม ดังเช่นอาการจมูกตีบทำให้หายใจลำบากหรือหายใจเสียงดังโรคทางทันตกรรม อาการตาแฉะอาการไวต่อความร้อนโรคผิวหนังที่ส่งผลให้ขนร่วง หรือแม้แต่โรคไต เมื่อเจ้านายเปอร์เซียของเรามีอายุครบกำหนด เหล่าทาสแมวจึงควรพาไปฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอค่ะ
เพราะ Catdeva.com เชื่อเสมอว่า พวกเราทาสแมวของเจ้านายแมวเปอร์เซีย หรือเจ้านายพันธุ์อื่น ๆ ล้วนแล้วแต่ต้องการให้เจ้านายอยู่กับทาสไปนาน ๆ นอกจากความรักแล้ว การหมั่นเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด ก็เป็นส่วนช่วยให้เจ้านายมีสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาวอยู่กับพวกเราไปได้นาน
ในครั้งต่อไป จะมีเกร็ดน่ารู้ และเคล็ดลับเกี่ยวกับแมวสายพันธุ์ใด ติดต่อได้ที่ Catdeva.com นะคะ 
ที่มา : www.catdeva.com

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


[CR:www.pexels.com]

วิธีเลือกซื้อแมวเปอร์เซีย

    แมวเปอร์เซีย ถือเป็นแมวพันธุ์จากต่างประเทศพันธุ์แรกที่เข้ามาในเมืองไทย และมีความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยค่ะ ก็เพราะหน้าตาของเจ้านายแมวเปอร์เซียที่น่ารัก จิ้มลิ้ม บ๊องแบ๊ว ไหนจะอุปนิสัยน่ารัก เข้ากับคนได้ง่าย ทาสเห็นที่ไหนก็หลงหัวปักหัวปำกันทุกราย เราจะเห็นได้ว่าแมวเปอร์เซียบ้างก็หน้าหัก บ้างก็หน้าไม่หัก จะใช่แมวเปอร์เซียพันธุ์แท้หรือเปล่า ? กลับมาครั้งนี้ Catdeva.com นำเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อเจ้านายแมวเปอร์เซียมาฝากกันค่ะ
     มาดูลักษณะของเจ้านายกันก่อน แมวเปอร์เซียเป็นแมวสายพันธุ์ขนยาว ที่มีลำตัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีกระดูกใหญ่และแข็งแรงรับกับสะโพกและไหล่ที่มีขนาดสมส่วนกล้ามเนื้อหลังและลำตัวยืดหยุ่น หางมีขนาดยาวปานกลางตัวโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยอยู่ที่3.5 - 7 กิโลกรัม
     แมวเปอร์เซีย ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน มีใบหน้าอยู่ 2 แบบค่ะ แบบแรกเป็นลักษณะดั้งเดิมของ แมวเปอร์เซีย (Traditional Persian) ที่เรียกกันว่า Doll-face Persian แมวเปอร์เซีย ลักษณะนี้จะมีศีรษะกลมหน้าไม่แบนจมูกและปากยื่นได้สัดส่วน
SnowyandHazy
[CR:https://en.wikipedia.org/wiki/Traditional_Persian]     

ea14c9b0a553dd95e140458fafe6ca2a            
[CR:https://www.pinterest.com/pin/385480049326906954/]
ส่วนอีกแบบ คือลักษณะของแมวเปอร์เซียที่ได้การยอมรับไว้ให้เป็นมาตรฐานสากล คือแมวเปอร์เซียที่เราเห็นจนชินตา จะมีรูปร่างที่สั้นขึ้น ศีรษะกลม หน้าแบนและจมูกสั้นหักมากขึ้น หรือเรียกใบหน้าลักษณะนี้ว่า Peke – face Persianมีโครงสร้างลำตัวสั้น ขาสั้นเตี้ย หางสั้น ตรงไม่มีรอยหัก ขนยาวฟู มีท่วงท่าการเดินที่สง่างาม
7fc9f4e3d48eb5000701cf33446ead4f
[CR:https://www.pinterest.com/pin/512636370053930198/]
การหาซื้อเจ้านายแมวเปอร์เซียในเมืองไทย ปัจจุบันสะดวกและหาง่ายกว่าสมัยแรก ๆ เพราะมีฟาร์มแมวเปอร์เซียให้ทาสแมวเลือกหากันมากขึ้น ทั้งแบบรายเล็ก มีหน้าร้านในตลาดนัดสัตว์เลี้ยง และฟาร์มเพาะพันธุ์รายใหญ่ ก่อนตัดสินใจซื้อแมวเปอร์เซียทาสแมวต้องพิจารณาและคัดเลือกเป็นอย่างดีก่อน เพื่อความสุขของทั้งเจ้านาย และของผู้เลี้ยงค่ะ การสังเกตอากัปกิริยาของเจ้านาย เพื่อดูความแข็งแรงของสุขภาพก็จำเป็นแมวเปอร์เซียที่ซื้อต้องไม่มีคราบน้ำตา เพราะอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคท่อน้ำตาอุดตัน นอกจากนี้การตรวจดูตามร่างกายของเจ้านายเพื่อเช็คเรื่องเชื้อราที่อาจแฝงมาก็เป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ
แรกรับเจ้านายแมวเปอร์เซียทาสแมวทั้งหลายต้องไม่ลืมที่จะขอใบฉีดวัคซีนจากผู้ขายสำหรับวัคซีนที่จำเป็นสำหรับแมวเปอร์เซียอายุ 1-2 เดือนได้แก่วัคซีนป้องกันโรคหัดโรคระบบทางเดินหายใจโรคภายในช่องปากและลิ้นโรคคลาเดียโรคลูคิเมียเป็นต้นเมื่อทาสรับเจ้านายแมวเปอร์เซียมาแล้วควรพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์และขอคำแนะนำสำหรับการฉีดวัคซีนในครั้งถัดไปเสียก่อนได้เลยค่ะ
ในการซื้อ– ขายแมวเปอร์เซียสนนราคาตามสายพันธุ์หากเป็นแมวเปอร์เซียเลี้ยงตามบ้านทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Doll-face ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 - 15,000 บาท
แมวเปอร์เซียสายพันธุ์ในประเทศไทยราคาประมาณ 25,000 - 35,000 บาทหากเป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศราคาจะสูงกว่าอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท ตามสุขภาพและใบรับรองสายพันธุ์ของแมวค่ะ
นอกจากวิธีการเลือกซื้อแมวเปอร์เซียที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีลักษณะที่ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งบรรดาทาสแมวใช้พิจารณากันค่ะ จะเรียกว่าเป็นลักษณะสวย หล่อ ของเจ้านายแมวเปอร์เซียก็ถือว่าไม่ผิดนะคะ
ลักษณะแมวเปอร์เซียถูกแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานสายพันธุ์ของสมาคม CFA ดังนี้ 
1. Solid Colorสีขนมีสีเดียวและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้นได้แก่ สีขาวบริสุทธิ์,สีเทา (หรือเรียกสีBlue) สีเทาอ่อนจะดีกว่าสีเทาเข้มเพราะจะดูสวยมากกว่าในแสงธรรมชาติ, สีดำ, สีแดง, สีครีม, สีน้ำตาลช็อคโกแลตและสีดอกลาเวนเดอร์
หากต้องการซื้อแมวเปอร์เซียขนสีขาวให้สังเกตสีดวงตาจะพบได้ 3 แบบคือตาสีทองแดงทั้ง 2 ข้างหรือสีฟ้าทั้ง 2 ข้างหรือพบทั้งสีทองแดงและสีฟ้าสีละข้าง ในแมวเปอร์เซีย Solid Color สีอื่น จะพบสีดวงตาเป็นสีทองแดง

2. Silver and Golden Colorแมวเปอร์เซียในกลุ่มนี้ จะไล่เฉดสีบนขนเส้นเดียว แบ่งเป็น Silverคือแมวขนสีขาว ปลายขนไล่เฉดสีดำ และGoldenแมวเปอร์เซียขนสีครีมถึงแดง มีปลายขนไล่เฉดสีดำ
นอกจากนี้ลักษณะสีขนแมวเปอร์เซียในกลุ่มนี้ยังรวมแมวชินชิลล่าไว้ด้วย จะเป็นแมว Chinchilla Silver ที่มีสีอ่อนบริเวณใบหน้า ขา หาง และลำตัวและลักษณะเฉพาะสำคัญของชินชิลล่า คือมีดวงตาสีเขียว หรือเขียวแกมน้ำเงิน บริเวณขอบตาจะมีสีดำคล้ายกรีดอายไลเนอร์ อุ้งเท้าและขอบปากเป็นสีดำ จมูกสีกุหลาบ หรือสีแดงอิฐค่ะ
3. Smoke and Shaded Colorแมวเปอร์เซียประเภทนี้สีขนจะไล่เฉดเป็นสีเข้มสีต่าง ๆ เช่น สีแดง, สีครีม , สีดำและสีแดง , สีเทาและสีครีมแบ่งการไล่เฉดออกเป็น 3 แบบดังนี้ Shellไล่เฉดบริเวณปลายเส้นขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (ลักษณะคล้าย Chinchilla) , Shadedไล่เฉดกินบริเวณ 1 ใน 3 ของเส้นขน และ Smokeสีขนไล่เฉดลงไปใกล้โคนเส้นขนของแมวเปอร์เซีย ในประเภทนี้เมื่อเป็นลูกแมวอายุ 6 – 8 สัปดาห์ จะมีลักษณะคล้ายสี Solid พบได้หลักๆ 6 สี ได้แก่ ดำ , เทา , แดง , ครีม , สีกระดองเต่า และ สีเทาครีม 
4. Tabbyหรือแมวเปอร์เซียลายลูกเสือ มีลักษณะเด่น เป็นลายรูปตัว M เหนือหน้าผาก และมีลายริ้วที่หางตาไล่ไปข้างแก้มอย่างชัดเจน ลวดลายบนลำตัวจะมี 3 แบบหลักคือ แบบ Classicวงลายใหญ่ ทั้ง 2 ข้างของลำตัวจะต้องเป็นลายเหมือนกัน แบบ Mackerelลายเส้นเล็กพาดยาวบริเวณหลัง และพาดขวางบริเวณด้านข้างของลำตัว แบบ Patched Tabbyสีพื้นและเส้นลวดลายจะกลืนกันคล้ายสีกระดองเต่า
5. Parti – Color สีขนในกลุ่มนี้จะพบเฉพาะในแมวเปอร์เซียเพศเมียค่ะ สีที่พบแบ่งเป็น 4 แบบได้แก่ Tortoiseshell (กระดองเต่า) มีสีดำสลับแดง, Blue-Creamมีสีเทาสลับครีมแบบ Chocolate Tortoiseshellที่มีสีน้ำตาลสลับแดงและLilac-Creamสีลาเวนเดอร์สลับสีครีม ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถผสมกับสีอื่นได้อีกด้วยค่ะ
1113667557-m
[CR:http://animal.memozee.com/ArchOLD-3/1113667557-m.jpg] = รูป Persian Tortoiseshell cat
6. Calico and Bi-Colorแมวเปอร์เซียกลุ่มนี้จะมีสีหลักเป็นสีขาว และมีสีอื่นอีก 1 หรือ 2 สี โดยสีขาวนั้นควรอยู่ในตำแหน่งตามมาตรฐานสายพันธุ์ของสมาคม CFA ดังนี้ ขาทั้งสี่ อุ้งเท้า อก และสีขาวที่หน้าเป็นรูปตัว V ในปัจจุบันอนุโลมให้ไม่มีได้ค่ะ
7. Himalayanแมวเปอร์เซียหิมาลายันได้รับการเพาะพันธุ์จนเป็นที่ยอมรับให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซียโดยผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวเปอร์เซีย กับแมวไทยพันธุ์วิเชียรมาศได้เป็นแมวที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาและขนยาวเหมือนแมวเปอร์เซียแต่คงเอกลักษณ์สีขนแต้ม9 จุด แบบแมววิเชียรมาศ หรือเรียกว่า Color pointได้แก่ครอบหน้า1, หู2, ขาทั้ง4, หาง1 และอวัยวะเพศ1 แมวเปอร์เซียหิมาลายันจะมีตาฟ้าหรือสีน้ำเงินแมวที่มีตาสีอื่นนอกจากนี้ถือว่าผิดมาตรฐาน
640px-Chocolate_Himlayan
[CR:https://en.wikipedia.org/wiki/Persian_cat#/media/File:Chocolate_Himlayan.jpg]
ไม่ว่าทาสแมวจะเลือกซื้อแมวเปอร์เซียเพศไหน สีแบบใดมาก็ตาม สิ่งสำคัญของการเลี้ยงดูเจ้านายแมวเปอร์เซียสุดสวยของเราคือการเอาใจใส่สุขลักษณะต่าง ๆ ของเขาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การขับถ่าย การพาไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ หรือการหมั่นแปรงขนให้เขาก็เป็นหนึ่งในการเอาใจใส่ ที่จะส่งผลอันดีแก่เจ้านายของเราแล้วค่ะ
ครั้งต่อไปจะเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับแมวเปอร์เซียเรื่องใด พบได้ใน Catdeva.com เร็ว ๆ นี้ค่ะ
ที่มา : www.catdeva.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ประวัติแมวเปอร์เซีย

ประวัติแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียแมวพันธุ์ขนยาวเก่าแก่พันธุ์หนึ่ง ด้วยรูปลักษณะที่สวย สง่างาม ทำให้แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่คนทั่วโลกนิยมเลี้ยงเป็นอันดับหนึ่งค่ะ
เมื่อพูดถึงเอกลักษณ์ของเจ้านายแมวเปอร์เซีย เหล่าทาสแมวจะนึกถึงสิ่งใดกันบ้างคะ สำหรับแอดมินก็คงหนีไม่พ้น มีขนสวยเงางามดุจเส้นไหม เป็นเจ้านายที่ขนยาวปกคลุมทั้งตัวสวยแบบเจ้าหญิง แต่ก็มีรูปร่างปราดเปรียว ที่สำคัญนิสัยดีไม่หยิ่งเข้ากับคนได้ง่าย...
นอกจากนี้ เรื่องการเลี้ยงดูแมวเปอร์เซีย ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ทาสหลายท่านเป็นกังวลเช่นกันค่ะอาจเป็นเพราะเจ้านายพันธุ์นี้มีออร่าแมวพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งน่าจะมีการเลี้ยงดูที่ยุ่งยาก...
วันนี้ Catdeva.com ได้นำเรื่องราวของน้องแมวเปอร์เซีย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ญาติใกล้เคียงสายพันธุ์ ไปจนถึงเกร็ดน่ารู้เรื่องการเลี้ยงดูมาให้อ่านกันค่ะ
แฟน ๆ Catdeva.com ไม่รอช้า มาทำความรู้จักเจ้านายแมวเปอร์เซียกันเลยค่ะ...
ประวัติแมวเปอร์เซีย
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง...ไม่ได้ไปรบกับแมวเปอร์เซียหรอกนะคะ แอดมินแค่จะบอกถึงถิ่นกำเนิดของเจ้านายเท่านั้นเองค่ะ แมวเปอร์เซียนั้นมีถิ่นกำเนิดจากประเทศเปอร์เซียซึ่งเป็นดินแดนของตุรกี และอิหร่านในปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวเอาไว้ว่าแมวในประเทศอิหร่านจะเป็นลูกหลานของแมวป่าแอฟริกัน (African wildcat) ที่พบเห็นในแถบแอฟริกาและแถบคาบสมุทรอาหรับแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่เป็นที่ยืนยันว่าแมวพันธุ์ขนยาวที่ปรากฏโฉมออกมาให้ทาสแมวได้เห็นเป็นพันธุ์แรกคือแมวเปอร์เซียหรือเปล่าค่ะ
ในทวีปยุโรป ถือเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนหลังที่สองของแมวเปอร์เซียเลยก็ว่าได้ เพราะแมวเปอร์เซียดั้งเดิมได้เข้ามาในทวีปยุโรปตั้งแต่ยุคปีค.ศ.1500 กันเลยค่ะ ด้วยความที่มีขนสวยเงางามประดุจเส้นไหม ทั้งยังมีรูปร่างปราดเปรียวคล่องแคล่ว ทำให้สมัยนั้นพวกมันเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงมากเลยทีเดียวค่ะ
ด้านบรรพบุรุษแมวเปอร์เซียตัวแรกที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นหลักฐานถูกนำเข้ามายังทวีปยุโรปในปี ค.ศ. 1620 เป็นแมวขนสีเทาจากเมืองโคราซาน (Khorasan) ประเทศเปอร์เซีย เจ้าตัวนี้ได้ไปอยู่ยังประเทศอิตาลี และแมวขนยาวสีขาวจากเมืองอังกอร่า (ปัจจุบันคือเมือง Ankara) ประเทศตุรกี ได้ไปอยู่ยังประเทศฝรั่งเศสค่ะ
หลังจากนั้นแมวเปอร์เซียก็ได้ออกสู่สายตาชาวยุโรปเป็นครั้งแรกในงานCat Show งานแรกของโลกซึ่งจัดในปีค.ศ. 1871 ที่the crystal palace กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษโดยผู้จัดคือนาย Harrison Weir และเจ้าแมวเปอร์เซียก็กลายเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมจนทุกวันนี้ค่ะ
ด้วยความคลุกคลีอยู่กับแมวเปอร์เซีย การจัดประกวดแมวสายพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้นายแฮร์ริสันกล่าวว่าแมวเปอร์เซียนั้นเป็นคนละพันธุ์กับแมว Turkish Angora ค่ะ ทั้งนี้หากมองกันแล้วทั้งสองพันธุ์จะมีความคล้ายคลึงกันมาก แต่สังเกตอย่างง่าย ๆ แมวเปอร์เซียจะมีหางที่สั้นกว่าแมว Turkish Angora ค่ะ
Turkish-Angora-2
[CR:www.catbreedslist.com] แมว Turkish Angora

Persian-Cat-2
[CR:www.catbreedslist.com] แมวเปอร์เซีย
นักพัฒนาได้ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซียกันมาหลายต่อหลายรุ่น แม้จะผิดไปจากมาตรฐานของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แมวเปอร์เซียสายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับไปบ้าง แต่ในปัจจุบันก็มีการรับรองสายพันธุ์ที่เปรียบเสมือนญาติกับแมวเปอร์เซีย เอาไว้ดังนี้ค่ะ
Himalayan
ในปีค.ศ. 1950 ได้มีการนำแมว Siamese แมวพันธุ์ไทยที่รู้จักกันแพร่หลายในต่างประเทศ ซึ่งก็คือแมวพันธุ์วิเชียรมาศของคนไทยนั่นเองค่ะ นำมาผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวเปอร์เซีย เพื่อสร้างเป็นแมวพันธุ์ขนยาว สายพันธุ์ใหม่ที่มีรูปร่างแบบแมวเปอร์เซีย แต่ยังคงเอกลักษณ์สีขนแต้ม 9 จุดตามแบบสายพันธุ์วิเชียรมาศของไทย ต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อสายพันธุ์ หิมาลายัน(Himalayan)
317px-Sonny_Bunny
[CR:https://en.wikipedia.org/wiki/Himalayan_cat]

640px-Chocolate_Himlayan
[CR:https://en.wikipedia.org/wiki/Himalayan_cat]
Exotic Shorthair
ราวปีค.ศ. 1960 ผู้เชี่ยวชาญการเพาะพันธุ์แมวในประเทศอเมริกา ได้นำแมวเปอร์เซีย มาผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวอเมริกันชอร์ตแฮร์ (American Shorthair) เพื่อหวังปรับปรุงสายพันธุ์แมวภายในประเทศ แมวพันธุ์ใหม่ที่เกิดมานั้นเปรียบเสมือนแมวเปอร์เซียเวอร์ชั่น ขนสั้น เนื่องด้วยทั้งรูปร่างหน้าตาถอดพิมพ์แมวเปอร์เซียมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะหัวกลมใหญ่ หน้าสั้น จมูกสั้น ตาโต หูเล็ก รูปร่างสมส่วนปราดเปรียว หรือกระทั่งสีขน สิ่งที่ไม่เหมือนแมวเปอร์เซียคือ มีขนสั้นเหมือนพันธุ์อเมริกันชอร์ตแฮร์ ภายหลังได้ขนามนามสายพันธุ์ในชื่อ เอ็กโซติคชอร์ตแฮร์(Exotic Shorthair)แม้จะไม่ป๊อบปูล่าแบบแมวเปอร์เซีย
360px-Brown_Exotic_Shorthair_Kitten
[CR:https://en.wikipedia.org/wiki/Persian_cat]

Exotic-Shorthair-2
[CR:http://www.catbreedslist.com]
Chinchilla Longhair
แมวชินชิลล่าลองแฮร์(Chinchilla Longhair)ได้รับการรับรองสายพันธุ์ในแอฟริกาใต้โดยสมาคมSACC ในปีค.ศ. 1996 เปรียบเสมือนญาติทางสายพันธุ์กับแมวเปอร์เซียที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์แยกออกจากแมวเปอร์เซียสายพันธุ์มาตรฐานในปัจจุบันค่ะ จุดเด่นของแมวชินชิลล่า ลองแฮร์คือมีจมูกที่ยาวกว่าแมวเปอร์เซียปกติทำให้ไม่เป็นปัญหาเรื่องการหายใจนอกจากนี้ลูกแมวชินชิลล่า ลองแฮร์พันธุ์แท้จะต้องมีสีตาเป็นสีน้ำเงินหรือสีน้ำเงิน-ม่วงและเมื่อโตเต็มวัยจะต้องมีสีตาเป็นสีน้ำเงิน-เขียวหรือสีเขียวเท่านั้น

chinchilla-kitten-dobie
[CR:http://www.catsofaustralia.com]

144820-480x323-Chinchilla-Persian-cat-3
[CR:http://cf.ltkcdn.net/cats/]
ในบางสมาคม ได้มีการรวม แมวหิมาลายัน และแมวชินชิลล่าลองแฮร์ เข้าไว้ในสายพันธุ์เปอร์เซียด้วย แต่ขณะเดียวกันบางสมาคม บางพื้นที่ก็ไม่ได้รวมเข้าในสายพันธุ์เปอร์เซียค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการมาตรฐานการตัดสินของแต่ละสมาคม และรสนิยมของผู้เลี้ยงในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย
สำหรับแมวเปอร์เซียมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไรนั้น พบได้ใน Catdeva.com เร็ว ๆ นี้ค่ะ

ประวัติแมวเปอร์เซีย

ประวัติแมวเปอร์เซีย
http://www.catdeva.com/article/preview-372891791792

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558